ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
การประเมินความต้องการจำเป็นและพัฒนานวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ สำหรับการแนะแนวและให้คำปรึกษาเชิงรุกในสถานศึกษาจังหวัดลำปาง
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมการแก้ปัญหาสุขภาพ 4 มิติ (สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพสังคม และสุขภาพปัญญา)
ประเภทนวัตกรรม
ด้านเทคโนโลยีการศึกษา
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.ลำปาง
ระดับการศึกษา
ทุกระดับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้
อื่น ๆ
วิดีโอ YouTube
1 คลิปสถานศึกษาและสังกัด
สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง
สังกัด
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
ศธจ.ลำปาง
ผู้พัฒนา
ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว ธีรดา สี่สุวรรณ
ตำแหน่ง
นักทรัพยากรบุคคล
โทรศัพท์
0889839387
E-mail
teerada.seesuwan@gmail.com
ผลการดำเนินงานและเนื้อหา
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนานวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ (LPG-CARE Model) ในสถานศึกษาจังหวัดลำปาง สรุปได้ดังนี้
1. ผลการประเมินความต้องการจำเป็น การประเมินเพื่อพัฒนาระบบแนะแนวเชิงรุกพบว่า มิติด้านสุขภาพจิตมีความต้องการจำเป็นที่ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วนสูงสุด รองลงมาคือสุขภาพปัญญา สุขภาพสังคม และสุขภาพกาย ตามลำดับ
2. ผลการสร้างและหาคุณภาพนวัตกรรม นวัตกรรมแบบคัดกรองที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงจากผู้เชี่ยวชาญ และมีค่าความเชื่อมั่นสูงถึง 0.92 ซึ่งสามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างแม่นยำ
3. ผลการใช้นวัตกรรม เมื่อนำระบบคัดกรองออนไลน์ไปใช้กับนักเรียน 1,000 คน ใน 50 สถานศึกษานำร่อง พบว่าสามารถจำแนกนักเรียนได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ (ร้อยละ 81.50) กลุ่มเสี่ยง (ร้อยละ 15.00) และกลุ่มที่ต้องดูแลช่วยเหลือเร่งด่วน (ร้อยละ 3.50) [5-7] ทำให้ครูสามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันปัญหาภาวะหมดไฟและการหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout)
4. ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน บุคลากรและครูมีความพึงพอใจในระดับ "มากที่สุด" เนื่องจากนวัตกรรมช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนในการทำเอกสาร ใช้งานง่าย และให้ข้อมูลสารสนเทศที่แม่นยำในการวางแผนแนะแนวเชิงรุก
การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์
1. การนำไปใช้ประโยชน์ด้านการบริหารจัดการเชิงนโยบายระดับพื้นที่
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้จากการคัดกรองไปใช้เป็นฐานข้อมูล ในการกำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์ และจัดสรรทรัพยากรหรืองบประมาณ เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนและออกแบบโครงการพัฒนาศักยภาพครูแนะแนวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุด
2. การนำไปใช้ประโยชน์ด้านการปฏิบัติงานของครูแนะแนวและครูที่ปรึกษา
ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำนวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ ไปบูรณาการร่วมกับคาบเรียนกิจกรรมแนะแนวหรือโฮมรูม อย่างเป็นระบบ ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนในการทำเอกสาร และเอื้อให้ครูสามารถประเมิน คัดกรอง ตลอดจนดำเนินงานแนะแนวเชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงของผู้เรียนได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
3. การนำไปใช้ประโยชน์ด้านการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา
สถานศึกษาสามารถนำข้อมูลจากการจำแนกกลุ่มผู้เรียน มาจัดตั้งกลไกการส่งต่อ ภายในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนในกลุ่มที่ต้องดูแลช่วยเหลือเร่งด่วนได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาหรือหน่วยงานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ ลดความเครียด และป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การขยายผล
1. การขยายผลเชิงนโยบายและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสามารถนำฐานข้อมูลที่ได้จากนวัตกรรมแบบคัดกรอง (LPG-CARE Model) ไปใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการจัดสรรงบประมาณและออกแบบโครงการพัฒนาศักยภาพครูแนะแนวในรอบปีงบประมาณถัดไป โดยเน้นไปที่การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านจิตวิทยาการปรึกษาสำหรับดูแลเด็กในกลุ่มเสี่ยง
2. การขยายผลด้านเทคโนโลยีด้วยการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สามารถนำนวัตกรรมไปต่อยอดโดยการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาบูรณาการร่วมกับเครื่องมือคัดกรอง เพื่อสร้างระบบวิเคราะห์แนวโน้ม ซึ่งจะช่วยให้ระบบสามารถแจ้งเตือนแนวโน้มการเกิดปัญหาพฤติกรรม หรือความเสี่ยงในการออกกลางคันของนักเรียนล่วงหน้าได้
3. การขยายผลสู่การวิจัยและติดตามผลสัมฤทธิ์เชิงลึกระยะยาว
สามารถขยายผลในรูปแบบการทำวิจัยเชิงทดลอง เพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการปรับตัวของกลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยง หลังจากที่เด็กได้รับการแนะแนวเชิงรุกจากข้อมูลของแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ โดยติดตามผลอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา หรือ 1 ปีการศึกษา เพื่อประเมินความยั่งยืนของการแก้ปัญหา
การต่อยอด
1. การติดตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมระยะยา
สามารถต่อยอดสู่การทำวิจัยเชิงทดลอง เพื่อติดตามพัฒนาการด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการปรับตัวของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง หลังจากได้รับการแนะแนวเชิงรุกจากนวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ โดยติดตามอย่างต่อเนื่องในระยะ 1 ภาคการศึกษาหรือ 1 ปีการศึกษา [1] เพื่อนำผลลัพธ์มาแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อมในการเรียนได้อย่างยั่งยืน [2]
2. การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Predictive Analytics)
นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาต่อยอดโดยการบูรณาการระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับเครื่องมือคัดกรอง เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและแจ้งเตือนความเสี่ยงการเกิดปัญหาพฤติกรรมหรือการหลุดออกจากระบบการศึกษาแบบเรียลไทม์ [1] ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล (Data-driven Management) ของสถานศึกษาในการป้องกันปัญหาและขับเคลื่อนนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (Zero Dropout) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
3. การยกระดับระบบส่งต่อ (Referral System) เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้
นำข้อมูลการคัดกรองไปใช้จัดตั้งกลไกการส่งต่อภายในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ โดยทำงานเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสร้าง "พื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ" ให้นักเรียน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยลดความเครียด สร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้นักเรียนมีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างเต็มที่
4. การใช้ฐานข้อมูลเพื่อยกระดับศักยภาพครูและการบริหารวิชากา
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสถานศึกษาสามารถนำคลังข้อมูลสารสนเทศส่วนกลางที่ได้จากระบบ มาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย การนิเทศติดตาม [4] รวมถึงใช้เป็นฐานข้อมูลหลักในการจัดสรรงบประมาณเพื่อออกแบบหลักสูตรพัฒนาศักยภาพครูแนะแนว โดยเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านจิตวิทยาการปรึกษา ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพของบุคลากรให้สามารถดูแลและค้นหาความถนัดของผู้เรียนได้อย่างตรงจุด
การประยุกต์ใช้
การประยุกต์ใช้นวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ (LPG-CARE Model) จากแหล่งข้อมูล สามารถสรุปได้ 2 ข้อ ดังนี้
1. การประยุกต์ใช้ในระดับปฏิบัติการเพื่อบูรณาการกับระบบดูแลช่วยเหลือและกิจกรรมในชั้นเรียน
สถานศึกษา ครูแนะแนว และครูผู้ปฏิบัติงาน สามารถนำคู่มือและนวัตกรรมแบบคัดกรองไปประยุกต์ใช้โดยบูรณาการเข้ากับคาบเรียนกิจกรรมแนะแนวหรือกิจกรรมโฮมรูมอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือประเมินและเฝ้าระวังความเสี่ยงของผู้เรียนในเชิงรุกก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม [2] นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำไปจัดตั้งกลไกการส่งต่อภายในโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาหรือหน่วยงานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ ลดความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน
2. การประยุกต์ใช้ในระดับบริหารและนโยบายเพื่อวางแผนกลยุทธ์และพัฒนาศักยภาพบุคลากร
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำข้อมูลสารสนเทศเชิงประจักษ์ ที่ประมวลผลได้จากนวัตกรรมไป**ประยุกต์ใช้เป็นกรอบทิศทางในการกำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์ และจัดสรรทรัพยากร** [2, 5] รวมถึงนำไป**ใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการจัดสรรงบประมาณและออกแบบโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา** ในปีงบประมาณถัดไป โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านจิตวิทยาการปรึกษา เพื่อยกระดับให้ครูสามารถนำความรู้ไปใช้ดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด [1]
ไฟล์และเอกสารแนบ
การอ้างอิงผลงานนี้
คัดลอกได้เลยผลงานที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ
หรือ
สมัครสมาชิก
เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!