ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
ถอดรหัสปรากฏการณ์ธรรมชาติสู่นวัตกรรมชุมชน : การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (PALAN Model) เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคต
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง และเสริมความสามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา
ประเภทนวัตกรรม
ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.แม่ฮ่องสอน
ระดับการศึกษา
ประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิดีโอ YouTube
1 คลิปสถานศึกษาและสังกัด
สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนบ้านป่าลาน สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1
ผู้พัฒนา
ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว จีระนุช โคเบนท์
ตำแหน่ง
ครู
โทรศัพท์
083-8954942
E-mail
panda_naruk1985@hotmail.com
ผลการดำเนินงานและเนื้อหา
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานจากการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ PALAN Model กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านป่าลาน ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยวิชาวิทยาศาสตร์หลังเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 51.26 (จาก 48.26 เป็น 73.00 คะแนน) ส่งผลให้คะแนนทดสอบระดับชาติ (O-NET) สูงขึ้น 3 ปีต่อเนื่อง และมีคะแนนสูงกว่าระดับประเทศ
2. ด้านทักษะและเจตคติ นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นอย่างชัดเจนในทุกด้าน ทั้งการสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดลอง และการสรุปผล อีกทั้งผู้เรียนมีเจตคติเชิงบวกต่อการเรียนวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นจากระดับปานกลางไปสู่ระดับมากที่สุด
3. ด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานนวัตกรรมชุมชนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Generative AI ในการนำเสนอข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้การพัฒนาทักษะดังกล่าวยังส่งผลให้นักเรียนคว้ารางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ ทั้งในระดับเครือข่าย ระดับเขตพื้นที่ และระดับชาติอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มเป้าหมาย
ป.6
ระยะเวลาดำเนินงาน
1 ปีการศึกษา
การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์
1. ประโยชน์ต่อผู้เรียนด้านวิชาการและทักษะแห่งอนาคต: นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ที่สูงขึ้น และได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน (การสังเกต การตั้งสมมติฐาน การทดลอง และการสรุปผล) ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการใช้เทคโนโลยี Generative AI อย่างสร้างสรรค์
2. ประโยชน์ต่อผู้เรียนด้านเจตคติและการตระหนักรู้ในท้องถิ่น: นักเรียนมีเจตคติเชิงบวกต่อการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์มากขึ้น สามารถนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปเชื่อมโยง อธิบาย และแก้ปัญหาที่พบในชุมชนชีวิตจริงได้อย่างมีความหมาย พร้อมทั้งได้รับการปลูกฝังความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ทรัพยากร และภูมิปัญญาของชุมชนแม่ฮ่องสอน
3. ประโยชน์ต่อครูผู้สอนและการพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้: ครูผู้สอนได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เป็นระบบ (PALAN Model) ซึ่งสามารถนำไปใช้ซ้ำและปรับประยุกต์ใช้กับหน่วยการเรียนรู้อื่น ๆ ได้ ตลอดจนได้แนวทางในการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่ห้องเรียนระดับประถมศึกษาได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรม
4. ประโยชน์ต่อชุมชนและการขยายผลเชิงโครงสร้างทางการศึกษา: เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างโรงเรียนและชุมชน โดยปราชญ์ชุมชนได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยอนุรักษ์องค์ความรู้ท้องถิ่นควบคู่กับการพัฒนาการศึกษา อีกทั้งรูปแบบ PALAN Model ยังสามารถใช้เป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อเผยแพร่และนำไปปรับใช้กับโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีบริบทพื้นที่ชนบทหรือมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นลักษณะใกล้เคียงกันได้
การขยายผล
การขยายผล (Scaling/Expansion) จากการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ PALAN Model สามารถสรุปได้ 3 ข้อ ดังนี้
1. การขยายผลสู่วงกว้างในโรงเรียนและเครือข่ายการศึกษาอื่น : สามารถนำรูปแบบ PALAN Model ซึ่งถือเป็นวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ไปเผยแพร่และปรับใช้กับโรงเรียนอื่น ๆ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ชนบท หรือโรงเรียนที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติที่โดดเด่นคล้ายคลึงกัน
นอกจากนี้ยังมีการนำร่องเผยแพร่นวัตกรรมในกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนห้วยโป่งและสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว
2. การขยายผลสู่ระดับชั้นและรายวิชาอื่นเพื่อสร้างหลักสูตรสถานศึกษา: ควรมีการขยายผลนำนวัตกรรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับนักเรียนในระดับชั้นอื่น ๆ เช่น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
และนำไปพัฒนาเป็นหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการร่วมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อยกระดับให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
3. การขยายผลสู่สาธารณะและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน: สามารถขยายผลองค์ความรู้และนวัตกรรมของนักเรียนสู่สาธารณะผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook ของโรงเรียน และห้องเรียนออนไลน์ (Google Site)
การต่อยอด
การนำผลงานไปจัดแสดงในนิทรรศการระดับชุมชนและงานวิชาการต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และชุมชน (บวร) ในการอนุรักษ์และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ไฟล์และเอกสารแนบ
การอ้างอิงผลงานนี้
คัดลอกได้เลยผลงานที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ
หรือ
สมัครสมาชิก
เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!