053 221 413 moe15.devedu@gmail.com จันทร์–ศุกร์ 08:30–16:30 น.

นวัตกรรมระบบประเมินและคัดกรองสุขภาวะผู้เรียนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG4) ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ จังหวัดเชียงใหม่

นวัตกรรมการแก้ปัญหาสุขภาพ 4 มิติ (สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพสังคม และสุขภาพปัญญา) ศธจ.เชียงใหม่ 10 มิถุนายน 2569 14 ครั้ง

ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม

นวัตกรรมระบบประเมินและคัดกรองสุขภาวะผู้เรียนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG4) ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ จังหวัดเชียงใหม่
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมการแก้ปัญหาสุขภาพ 4 มิติ (สุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพสังคม และสุขภาพปัญญา)
ประเภทนวัตกรรม
ด้านการวัดผลและประเมินผล
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.เชียงใหม่
ระดับการศึกษา
ทุกระดับ
กลุ่มสาระการเรียนรู้

สถานศึกษาและสังกัด

สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่
สังกัด
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม

ผู้พัฒนา

ผู้พัฒนาหลัก
นางสาว ชัชฎาภรณ์ ชัยพรม
ตำแหน่ง
นักวิชาการคอมพิวเตอร์
โทรศัพท์
090 317 6091
E-mail
chatchada.cp@gmail.com

ผลการดำเนินงานและเนื้อหา

ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานจากการพัฒนานวัตกรรมระบบประเมินและคัดกรองสุขภาวะผู้เรียนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG4) จังหวัดเชียงใหม่ สามารถสรุปผลลัพธ์ที่สำคัญได้ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของนวัตกรรมและเครื่องมือประเมิน: เครื่องมือประเมินสุขภาวะแบบองค์รวม 4 มิติ (ร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา) และนวัตกรรมเว็บแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพและความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาอยู่ในระดับดีเยี่ยม โดยมีค่าเฉลี่ยความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญสูงถึง 0.91 ซึ่งสามารถนำไปใช้งานเพื่อประเมินผลบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้จริง 2. ผลการคัดกรองสุขภาวะผู้เรียน: จากการทดลองใช้งานระบบกับกลุ่มเป้าหมายนักเรียน 1,000 คน ใน 50 โรงเรียนนำร่อง พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มปกติ อย่างไรก็ตาม มิติที่น่ากังวลที่สุดคือ "มิติทางจิตใจ" โดยพบนักเรียนที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงถึงร้อยละ 20.0 และกลุ่มมีปัญหาร้อยละ 8.0 ซึ่งระบบสามารถคัดกรองความเสี่ยงรายบุคคลได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ผู้เรียนในกลุ่มนี้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที 3. การพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data & Smart Dashboard): ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลและแสดงผลวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Data) ได้อย่างเป็นปัจจุบันหรือแบบเรียลไทม์ ซึ่งชุดข้อมูลเชิงลึกนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ในการนำไปเป็นฐานข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย (Data-Driven Policy) จัดสรรทรัพยากรเพื่อบรรเทาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

การนำไปใช้ประโยชน์

การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์ นวัตกรรมระบบประเมินและคัดกรองสุขภาวะผู้เรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายมิติสำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สำหรับผู้เรียน ระบบช่วยคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม (Early Detection) ทำให้ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างตรงจุดและช่วยลดผลกระทบจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) สำหรับครูผู้สอน เว็บแอปพลิเคชันช่วยลดภาระงานด้านเอกสารและความซ้ำซ้อน ทำให้มีเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ในระดับผู้บริหารและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ระบบจะแสดงผลผ่านหน้าจออัจฉริยะ (Smart Dashboard) แบบเรียลไทม์ ทำให้มองเห็นภาพรวมของปัญหาเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตัดสินใจบริหารจัดการทรัพยากร การรับมือกับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 และการขับเคลื่อนนโยบายโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-Driven Policy) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การขยายผล
จากการทดลองใช้นำร่องใน 50 สถานศึกษาและนักเรียน 1,000 คนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระบบแสดงให้เห็นถึงความเที่ยงตรงและประสิทธิภาพในการใช้งานจริง ผลลัพธ์นี้สามารถนำไปขยายผลให้สถานศึกษาในสังกัดอื่น ๆ นำนวัตกรรมเว็บแอปพลิเคชันนี้ไปใช้งานได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายผลในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมอย่างวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ เพื่อเฝ้าระวังสุขภาวะในมิติทางกายและจิตใจของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังสามารถขยายผลในเชิงนโยบายระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนำชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ไปใช้วางแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG4) ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
การต่อยอด
เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาในอนาคต ผู้วิจัยเสนอแนะให้ต่อยอดระบบโดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาบูรณาการร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่จัดเก็บได้ในระบบ การพัฒนาระบบ AI จะช่วยในด้านการวิเคราะห์และพยากรณ์แนวโน้มปัญหาสุขภาพจิตของผู้เรียนล่วงหน้า (Predictive Analytics) ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การต่อยอดดูแลสุขภาวะแบบองค์รวมทั้ง 4 มิตินี้ ถือเป็นการสร้างรากฐานและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพราะความพร้อมทางสุขภาวะจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา ขจัดอุปสรรคจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ และช่วยให้บรรลุเป้าหมาย SDG4 ในการสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
การประยุกต์ใช้
การประยุกต์ใช้นวัตกรรมนี้เกิดจากการเปลี่ยนผ่านกระบวนการคัดกรองแบบกระดาษ (Paper-based) มาสู่ "ระบบคัดกรองเชิงรุกดิจิทัล" ผ่านการสร้างเว็บแอปพลิเคชันออนไลน์ โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีสุขภาวะแบบองค์รวมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา เข้ากับการออกแบบเทคโนโลยี เมื่อผู้เรียนทำแบบประเมินผ่านระบบออนไลน์ ระบบจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อประมวลผลระดับความเสี่ยงเป็นกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มมีปัญหา แบบทันทีทันใด (Real-time) ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อเข้าสู่กระบวนการจัดการคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (ETL Server) และประยุกต์แสดงผลออกมาเป็นภาพทัศน์ (Data Visualization) ผ่านแดชบอร์ด ทำให้ผู้ใช้งานสามารถประยุกต์ข้อมูลเชิงลึกไปใช้ในการเฝ้าระวังผู้เรียนในระดับพื้นที่ได้ทันที

ผลกระทบและการถอดบทเรียน

ผลของการยกระดับคุณภาพ
ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG4) ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรม ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ผ่านการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจและการจัดสรรทรัพยากร บรรเทาและป้องกัน ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ป้องกันไม่ให้ผู้เรียน หลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากปัญหาความไม่พร้อมทางด้านสุขภาพและปัจจัยแวดล้อม ส่งเสริม สุขภาวะแบบองค์รวมทั้ง 4 มิติ (ร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา/จิตวิญญาณ) ของผู้เรียนอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ของหน่วยงานด้วยการใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-Driven Policy) อย่างแม่นยำและตอบโจทย์ ลดภาระงานด้านเอกสารและความซ้ำซ้อน ทำให้ครูผู้สอนมีเวลาไปมุ่งเน้นจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ยกระดับระบบการเฝ้าระวังผู้เรียนเชิงรุกด้วยกระบวนการ คัดกรองตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม (Early Detection) ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถมองเห็นภาพรวมและ บริหารจัดการทรัพยากร ได้อย่างรวดเร็ว สร้าง สถาปัตยกรรมระบบสารสนเทศ และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่เข้มแข็งให้กับการศึกษาระดับจังหวัด มีมาตรการและเครื่องมือรองรับและบรรเทา ผลกระทบจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM 2.5 ที่รบกวนการเรียนรู้ ตอบสนองต่อความท้าทายด้าน ความหลากหลายทางภูมิสังคมและชาติพันธุ์ ของเยาวชนในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม พลิกโฉมการทำงานจาก รูปแบบกระดาษ (Paper-based) สู่ดิจิทัลแบบครบวงจร สร้างความมั่นใจในด้าน การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) และสิทธิส่วนบุคคลของผู้เรียน นำเสนอข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่านภาพทัศน์ (Data Visualization) เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงของปัญหาในระดับลึก ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาวะทางสังคมและจิตใจที่ต้องการ ดูแลและส่งต่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ได้อย่างถูกคน พัฒนากระบวนการจัดการศึกษาที่ตระหนักว่า ความพร้อมทางสุขภาวะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ของความสำเร็จ

การอ้างอิงผลงานนี้

คัดลอกได้เลย
APA 7th Edition (ปรับสำหรับแหล่งข้อมูลออนไลน์)
ลิงก์โดยตรง

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

การประเมินความต้องการจำเป็นและพัฒนานวัตกรรมแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ สำหรับการแนะแนวและให้คำปรึกษาเชิงรุกในสถานศึกษาจังหวัดลำปาง
ศธจ.ลำปาง · ธีรดา สี่สุวรรณ
การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เข็มทิศสุขภาวะ (Well-being Compass) ชุดเครื่องมือคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพ 4 มิติ สำหรับผู้เรียนตลอดชีวิต
ศธจ.ลำปาง · กรัณฑรัตน์ ดวงใจสืบ
การพัฒนาระบบคัดกรองสุขภาวะสังคมออนไลน์เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ โรงเรียนวัดบ้านแขม จังหวัดลำปาง ภายใต้โครงการ IFTE
ศธจ.ลำปาง · ดวงนภา อินยะยศ
นวัตกรรม 3G1S Plus+: การยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้วยแบบคัดกรองสุขภาวะ 4 มิติ
ศธจ.ลำปาง · พรณิชา ขัดฝั้น

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!