ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
รักษ์ดอยหลวง สรรค์สร้างคนดีศรีหนองบัว การวิจัยและพัฒนาชุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเชิงรุกตามแนวคิด 4D Model เพื่อบ่มเพาะอัตลักษณ์ อ่อนหวาน อ่อนน้อม อ่อนโยน ภายใต้โครงการ IFTE
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมพัฒนาทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ความสนใจ ความต้องการของผู้เรียน ตลาดงาน และ Soft Power
ประเภทนวัตกรรม
ด้านหลักสูตร
ปี (พ.ศ.)
2569
สังกัด ศธจ.
ศธจ.เชียงใหม่
ระดับการศึกษา
ประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้
บูรณาการหลายกลุ่มสาระ
สถานศึกษาและสังกัด
สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนบ้านหนองบัว
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพป.เชียงใหม่ เขต 3
ผู้พัฒนา
ผู้พัฒนาหลัก
นาง ลฎาภา ฟิซเชอร์
ตำแหน่ง
ผู้บริหารสถานศึกษา
โทรศัพท์
099298169
E-mail
ladapafish@gmail.com
ผลการดำเนินงานและเนื้อหา
ผลการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้และภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการ 4D Model และชุดกิจกรรม "รักษ์ดอยหลวง สรรค์สร้างคนดีศรีหนองบัว" สามารถสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์ได้ 3 ประเด็นหลัก
ประเด็นแรก ผลการประเมินพฤติกรรมคุณลักษณะอัตลักษณ์ 3อ. ของนักเรียนจำนวน 132 คน หลังจากการเข้าร่วมชุดกิจกรรม พบว่าภาพรวมนักเรียนมีพฤติกรรมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.62 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.45 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อัตลักษณ์ด้านความอ่อนโยน หรือกิจกรรมเมตตาธรรมนำรักษ์โลก มีผลการประเมินสูงสุด รองลงมาคืออัตลักษณ์ด้านความอ่อนน้อมผ่านกิจกรรมกาลเทศะนำความสง่างาม และอัตลักษณ์ด้านความอ่อนหวานในกิจกรรมปิยวาจาพาเพลิน ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคมของนักเรียนไปในทิศทางที่พึงประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นที่สอง ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรม พบว่าภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้วยค่าเฉลี่ย 4.66 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.51 โดยนักเรียนมีความพึงพอใจสูงสุดต่อรูปแบบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้ลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) รองลงมาคือบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสุขและความรู้สึกเป็นมิตร ความเหมาะสมและน่าสนใจของเนื้อหา และความสามารถในการนำสิ่งที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตามลำดับ ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้สามารถตอบสนองต่อความสนใจและธรรมชาติของผู้เรียนในวัยนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นที่สาม ผลการประเมินความพึงพอใจและความคิดเห็นของคณะครูจำนวน 8 คน ที่มีต่อขั้นตอนและระดับความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารจัดการ 4D Model พบว่าภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 4.82 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.39 คณะครูให้คะแนนความพึงพอใจสูงสุดในด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานอย่างเป็นประชาธิปไตย รองลงมาคือความเหมาะสมของนวัตกรรมกับบริบทพหุวัฒนธรรมของสถานศึกษา ความชัดเจนของขั้นตอนการดำเนินงาน และความสะดวกประสิทธิผลในการนำไปปฏิบัติจริง ตามลำดับ ผลลัพธ์ดังกล่าวตอกย้ำว่ารูปแบบการบริหารนี้ไม่เพียงแต่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน แต่ยังช่วยสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกันในหมู่คณะครู นำไปสู่การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและการพัฒนาอัตลักษณ์ผู้เรียนได้อย่างยั่งยืน
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านหนองบัว
ระยะเวลาดำเนินงาน
1 ปีการศึกษา
อ้างอิง / เอกสารที่เกี่ยวข้อง
เอกสารอ้างอิงภาษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แนวทางการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สืบค้นจาก https://www.obec.go.th
กัญญา ปานขลิบ. (2567). การบริหารการศึกษาและการมีส่วนร่วมของชุมชนพหุวัฒนธรรม. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2566). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อและนวัตกรรมการศึกษา. ศูนย์นวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2564). การสอนเด็กให้มีทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 3). วีพริ้นท์.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2565). การออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชุมศักดิ์ อินทร์รักษ์. (2566). การบริหารและการจัดการศึกษาแนวใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 3). มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org
ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 24). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีระ รุญเจริญ. (2565). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษายุคปฏิรูปการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 12). ข้าวฟ่าง.
นพดล เจนอักษร. (2567). การบริหารสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคในยุคความหลากหลาย (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บวรศักดิ์ เพชรชื่น. (2567). ทุนทางวัฒนธรรมกับการบริหารจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พงษ์ศิริ ดารารัตน์, และ สุทัศน์ สังคะพันธ์. (2565). การจัดการเรียนรู้พหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อส่งเสริมความภาคภูมิใจในท้องถิ่น. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 18(1), 112-125. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org
พิมพันธ์ เดชะคุปต์, และพเยาว์ ยินดีสุข. (2567). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกสู่สมรรถนะ: การออกแบบและการปฏิบัติจริง. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มารุต พัฒผล. (2565). การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และการประเมินตามสภาพจริง. ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นจาก http://www.curriculumandlearning.com
มารุต พัฒผล. (2566). การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับโรงเรียนประถมศึกษา. ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นจาก http://www.curriculumandlearning.com
รัตนะ บัวสนธ์. (2565). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัตนาภรณ์ แข็งขัน. (2565). การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอัตลักษณ์โรงเรียนในบริบทพหุวัฒนธรรม. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สืบค้นจาก https://cmu.ac.th
รัตนาภรณ์ แข็งขัน. (2566). บทบาทผู้บริหารในการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนพหุวัฒนธรรม. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 15(2), 45-60. สืบค้นจาก https://so01.tci-thaijo.org
วัชรา เล่าเรียนดี, ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง, และอรพิณ ศิริสัมพันธ์. (2564). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาการคิดและยกระดับคุณภาพการศึกษา. เพชรเกษมพริ้นติ้ง กรุ๊ป. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org
วิชัย วงษ์ใหญ่, และมารุต พัฒผล. (2566). การบริหารจัดการนวัตกรรมการเรียนรู้ในสถานศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้นจาก http://www.curriculumandlearning.com
วิเชียร วิทยอุดม. (2564). การพัฒนาองค์การ (Organization Development) (พิมพ์ครั้งที่ 6). ธนธัชการพิมพ์.
สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์. (2567). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาพหุวัฒนธรรมโดยใช้กระบวนการ 4D Model. ศูนย์นวัตกรรมการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สืบค้นจาก https://cmu.ac.th
สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์. (2568). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษาพหุวัฒนธรรม. ศูนย์นวัตกรรมการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. สืบค้นจาก https://cmu.ac.th
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2566). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม (พิมพ์ครั้งที่ 12). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2564). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2566). การพัฒนาสมรรถนะครูและการจัดการเรียนรู้พหุวัฒนธรรม. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2565). การบริหารสถานศึกษาเชิงระบบด้วยกระบวนการสุนทรียสาธก (Appreciative Inquiry: 4D Model). วารสารวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 10(1), 34-49. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org
สุวิทย์ มูลคำ. (2565). กลยุทธ์การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: สู่การปฏิบัติจริงในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 20). ภาพพิมพ์.
สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล. (2566). การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาในบริบทความหลากหลายทางวัฒนธรรม. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่. (2566). ยุทธศาสตร์การส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรมและ Soft Power จังหวัดเชียงใหม่. สืบค้นจาก https://www.m-culture.go.th
อนันต์ อนันตวักูล. (2567). นวัตกรรมการบริหารและการเป็นผู้นำองค์กรการศึกษา. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. สืบค้นจาก https://cmruir.cmru.ac.th
อมรรัตน์ ภิญโญ. (2568). Soft Power: พลังละมุนในการขับเคลื่อนการศึกษา. สถาบันวิจัยและพัฒนาการศึกษาพหุวัฒนธรรม. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org
เอกสารอ้างอิงภาษาต่างประเทศ
Cooperrider, D. L., Whitney, D., & Stavros, J. M. (2022). Appreciative inquiry handbook: For leaders of change. Berrett-Koehler Publishers. สืบค้นจาก https://www.aipractitioner.com
Darling-Hammond, L. (2022). The flat world and education: How America's commitment to equity will determine our future. Teachers College Press. สืบค้นจาก https://edpolicy.stanford.edu
Fullan, M. (2023). The new meaning of educational change. Routledge. สืบค้นจาก https://michaelfullan.ca
Goleman, D. (2020). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books.
Senge, P. M. (2023). Schools that learn: A fifth discipline fieldbook for educators, parents, and everyone who cares about education. Crown Business. สืบค้นจาก https://infed.org
UNESCO. (2024). Global education monitoring report: Inclusion and education. UNESCO Publishing. สืบค้นจาก https://unesdoc.unesco.org
การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์
ผลจากการศึกษาวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา (4D Model) รวมถึงชุดกิจกรรม "รักษ์ดอยหลวง สรรค์สร้างคนดีศรีหนองบัว" สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลายระดับ ดังนี้
1. ระดับสถานศึกษาและผู้บริหาร (School & Administrators)
เป็นต้นแบบการบริหารจัดการพหุวัฒนธรรม: ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ สามารถนำรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเชิงบวก (4D Model) ไปเป็นแนวทาง (Blueprint) ในการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมและลดช่องว่างทางวัฒนธรรมในโรงเรียน
การประยุกต์ใช้กับนโยบายอื่น: สามารถนำกระบวนการค้นหาจุดแข็ง (Discovery) และการออกแบบ (Design) ไปปรับใช้กับการขับเคลื่อนนโยบายอื่นๆ ของสถานศึกษา เช่น การพัฒนาวิชาการ หรือการป้องกันปัญหายาเสพติด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนโดยมีชุมชนเป็นฐาน
2. ระดับครูผู้สอน (Teachers)
เครื่องมือพัฒนาผู้เรียนเชิงรุก: ครูผู้สอนสามารถนำชุดกิจกรรมทั้ง 3 ฐาน (ปิยวาจา พาเพลิน, กาลเทศะ นำความสง่างาม, เมตตาธรรม นำรักษ์โลก) ไปบูรณาการในคาบเรียนโฮมรูม กิจกรรมแนะแนว หรือกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
เกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน: สามารถนำ "รูบริกประเมินพฤติกรรมอัตลักษณ์ 3อ." ไปใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในรายวิชาต่างๆ ซึ่งช่วยลดความลำเอียงและทำให้การประเมินพฤติกรรมมีความแม่นยำขึ้น
3. ระดับผู้เรียนและชุมชน (Students & Community)
การยกระดับทักษะทางสังคม: นักเรียนสามารถนำทักษะปิยวาจา มารยาท และจิตสาธารณะ ไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน ช่วยลดความขัดแย้งและสร้างการยอมรับเมื่อต้องออกไปสู่สังคมภายนอก
การสร้างทูตวัฒนธรรมท้องถิ่น: ชุมชนได้เครือข่ายเยาวชนที่มีจิตสำนึกรักบ้านเกิด สามารถทำหน้าที่เป็น "มัคคุเทศก์น้อย" หรือผู้ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรอบพื้นที่ดอยหลวงเชียงดาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ระดับหน่วยงานต้นสังกัดและเครือข่ายการศึกษา (Educational Agencies)
การขยายผลแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices): สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปเผยแพร่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ให้กับโรงเรียนเครือข่ายบนพื้นที่สูง หรือโรงเรียนชายขอบที่มีบริบทความท้าทายด้านความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เพื่อเป็นต้นแบบในการบ่มเพาะ Soft Skills ให้กับผู้เรียน
ไฟล์และเอกสารแนบ
การอ้างอิงผลงานนี้
คัดลอกได้เลยผลงานที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ
หรือ
สมัครสมาชิก
เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!