ข้อมูลพื้นฐานนวัตกรรม
การพัฒนาทักษะอาชีพ ควบคู่กับการประเมินสุขภาพจิต โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้ TACKS M+ MODEL สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
หมวดนวัตกรรม
นวัตกรรมพัฒนาทักษะที่เหมาะสมและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ความสนใจ ความต้องการของผู้เรียน ตลาดงาน และ Soft Power
ประเภทนวัตกรรม
ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
ปี (พ.ศ.)
2568
สังกัด ศธจ.
ศธจ.แม่ฮ่องสอน
ระดับการศึกษา
มัธยมศึกษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชีพ
วิดีโอ YouTube
1 คลิปสถานศึกษาและสังกัด
สถานศึกษา / โรงเรียน / หน่วยงาน
โรงเรียนขุนยวมวิทยา
สังกัด
สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
สังกัดย่อย / ระบุเพิ่มเติม
สพม.แม่ฮ่องสอน
ผู้พัฒนา
ผู้พัฒนาหลัก
นาย สรวิศ สุวรรณบุษย์
ตำแหน่ง
—
โทรศัพท์
0991524493
E-mail
tacktacksorawit@gmail.com
ผลการดำเนินงานและเนื้อหา
ผลการดำเนินงาน
ความท้าทายการศึกษาในศตวรรษที่ 21ในการเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมกับการมีทักษะการเรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องสำคัญของการปรับเปลี่ยนของสังคมที่ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิต ครูจึงจำเป็นต้อง
ตื่นตัวและเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนมีทักษะสำหรับการนำไป
ดำรงชีวิตในยุคปัจจุบัน คือ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skill) ทักษะการคิด (Thinking Skill) แนวคิดและหลักการของการจัดการเรียนการสอนที่ท้าทายการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ การสอนที่มี ประสิทธิภาพ ครูผู้สอนต้องมีคุณสมบัติมากกว่าทำหน้าที่ในการสอน (Instructor) ครูผู้สอนต้องมีลักษณะของ ผู้ที่มีความสามารถในการชี้แนะการเรียนรู้ (Learning Coaching) ที่สามารถนำผู้เรียนไปสู่โลกแห่งการเรียนรู้ ที่ผู้เรียนจะต้องเกิดการเรียนรู้ จากการมีส่วนร่วมและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning) (ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2560) อีกทั้ง Soft Skills หรือทักษะทางอารมณ์และสังคม เป็นทักษะที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในตลาดแรงงานยุคปัจจุบัน ไม่ว่าหน่วยงานหรือบริษัทต่าง ๆ ให้ความสำคัญและเรียกร้องคุณสมบัติใน Soft Skills ของคนยุคใหม่ที่เข้ามาทำงานอย่างมาก จากมุมมองของผู้จ้างงานสะท้อนให้เห็นว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาขาด Soft Skills ในการทำงาน (Bronson, 2007; Brooks et al., 2008; Schneider, 2015)
จากการจัดการเรียนการสอน รายวิชาการงานอาชีพ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ของ นักเรียนโรงเรียนขุนยวมวิทยา ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่สามารถเรียนรู้ได้ตามเป้าหมายของจุดประสงค์ในรายวิชาการงานอาชีพตามที่ครูผู้สอนได้ตั้งเป้าไว้ อาทิเช่น ผลงานหรือผลิตภัณฑ์
ของผู้เรียนไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสม ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผลงานหรือผลิตภัณฑ์ไม่ได้เกิดจากผู้เรียนโดยตรง เป็นต้น
เพื่อให้โดยผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้อย่างแท้จริงรวมถึงการเรียนรู้ เชิงสร้างสรรค์ ซึ่งครูผู้สอนได้ สร้างนวัตกรรมที่ชื่อว่า TACKS M+ MODEL เพื่อใช้เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ใน รายวิชาการงานอาชีพ ประกอบด้วย Together (T) คือ การทำงานร่วมกัน ,Active Learning (A) คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือปฏิบัติ , Check (C) คือ การตรวจสอบ/การทดสอบ ,Knowledge (K) คือ ความรู้
Sufficiency Economy (S) คือ เศรษฐกิจพอเพียง,Mental Health (M) คือ สุขภาพจิต และสัญลักษณ์
(+ หรือ Plus) คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินผลด้านสุขภาพของผู้เรียน 3 ระยะ
ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา คือ สถานศึกษามีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทางการศึกษา มีผลงานผลิตภัณฑ์อาชีพสร้างสรรค์ ตามบริบทของพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อีกทั้งสถานศึกษา มีเครือข่าย จากศูนย์ไทใหญ่ศึกษา วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน และมีเครือข่าย จากกรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลขุนยวม
ผลที่เกิดขึ้นกับครู คือ ครูผู้สอนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และสามารถแก้ปัญหาจากการเรียนการสอน โดยใช้นวัตกรรมผลงานผลิตภัณฑ์ ตามบริบทของพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน คือ ผู้เรียนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์อาชีพสร้างสรรค์ได้ ผ่านเกณฑ์ 212 คน คิดเป็นร้อยละ 95.49 จากนักเรียนทั้งหมด 222 คน
ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่องานอาชีพ ผ่านเกณฑ์ 222 คน คิดเป็นร้อยละ 100 จากนักเรียนทั้งหมด 222 คน
ผู้เรียนได้รับการประเมินสุขภาพจิต จำนวน 222 คน ประเมินเริ่มต้น คิดเป็นกลุ่มมีปัญหา จำนวน 20 ร้อยละ 9.00 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 42 ร้อยละ 18.91 กลุ่มปกติ จำนวน 160 ร้อยละ 72.07
หลังจากประเมินรอบสุดท้าย คิดเป็นกลุ่มมีปัญหา จำนวน 8 ร้อยละ 3.60 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 32 ร้อยละ 14.41 กลุ่มปกติ จำนวน 182 ร้อยละ 81.98ผู้เรียนได้รับการประเมินสุขภาพจิต จำนวน 222 คน ประเมินเริ่มต้น คิดเป็นกลุ่มมีปัญหา จำนวน 20 ร้อยละ 9.00 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 42 ร้อยละ 18.91 กลุ่มปกติ จำนวน 160 ร้อยละ 72.07
หลังจากประเมินรอบสุดท้าย คิดเป็นกลุ่มมีปัญหา จำนวน 8 ร้อยละ 3.60 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 32 ร้อยละ 14.41 กลุ่มปกติ จำนวน 182 ร้อยละ 81.98
กลุ่มเป้าหมาย
ม.4
ระยะเวลาดำเนินงาน
1 ปีการศึกษา
อ้างอิง / เอกสารที่เกี่ยวข้อง
กรมการจัดหางาน. 2539. คู่มือแนะแนวอาชีพ.กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม.
กรมการจัดหางาน. 2541. แนวทางการเลือกอาชีพและการเตรียมตัวสมัครงาน.กองสงเสริม
การมีงานทํา กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม.
กระทรวงศึกษาธิการ,กรมวิชาการ. (ม.ป.ป.). แนวทางการจัดการเรียนการสอนโดยใช
ภูมิปัญญาทองถิ่น. กองวิจัยทางการศึกษา.
_______. สรุปผลการประชุมสัมมนา เรื่องภูมิปญญาทองถิ่นกับ
หลักสูตรที่พึงประสงค. วันที่ 28-29 กันยายน 2538 โรงแรมสยามเบเวอลีหวยขวาง.
กรุงเทพ ฯ : ศูนยพัฒนาหลักสูตรกรมวิชาการ ม.ป.ป.
_______.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2544. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช สําราญราษฎร.
กรมสุขภาพจิต. (2551). ภาวะสุขภาพจิต. พิมพครั้งที่ 4. นนทบุรี : องคการสงเคราะหทหารผาน
ศึก.รายงานสรุปการทะเลาะวิวาทและปญหาการใชความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษา.
กรุงเทพมหานคร:มปท. คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม,วุฒิสภา.
(2546).
ทรงศักดิ์ เนียมเปย. (2551). แนวทางการปรับพฤติกรรมของนักเรียน:
กรณีศึกษาโรงเรียนวังน้ําคู ศึกษา จังหวดพิษณุโลก. วิทยานิพนธการศึกษาหลักสูตร
ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขา ยุทธศาสตรการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
วรรณทิพา รอดแรงค้า และพิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์. (2542). การพัฒนาการคิดของครูด้วย
กิจกรรมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ฟ
แมเนจ เมนท์.
วสันต์ อติศัพท์. (2534). นวัตกรรมการศึกษา. ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขต ปัตตานี.
ศักดา ไชยกิจภิญโญ. (2548). สอนอย่างไรให้ Active learning. วารสารนวัตกรรม
การเรียนการสอน.
Slavin, R.E. (1995). Cooperative Learning : Theory, Research , and Practice. Boston :
Allyn and Bacon.
การนำไปใช้ประโยชน์
การนำไปใช้ประโยชน์
ประโยชน์/ความสำคัญ
-ผู้เรียนสามารถเรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้งานอาชีพได้
-ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่องานอาชีพ
-ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการประเมินสุขภาพจิตได้
การขยายผล
การขยายผล/การใช้นวัตกรรมทางการศึกษา
- ขยายผลนวัตกรรม สู่โรงเรียนขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1
- ขยายผลนวัตกรรม สู่โรงเรียนบ้านป่าลาน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1
- ขยายผลนวัตกรรม สู่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
- ขยายผล เผยแพร่ผลงาน ผ่านทาง เพจ TACK CREATIVE AGRICULTURE
- ขยายผลผ่านกิจกรรมนิทรรศการต่างๆ เช่น พิธีรับมอบสาราณุกรมไทย เป็นต้น
การต่อยอด
มีการสร้างคู่มือนวัตกรรม TACKS model และนำไปใช้กับหลักสูตรพื้นที่นวัตกรรมของสถานศึกษา
การประยุกต์ใช้
รูปแบบนวัตกรรม TACKS model สามารถสร้างผลิตภัณฑ์อาชีพ สู่การสร้างอาชีพ และสร้างผลิตภัณฑ์ สินค้า OTOP ของชุมชนได้
ผลกระทบและการถอดบทเรียน
ผลของการยกระดับคุณภาพ
- ผู้เรียนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์อาชีพสร้างสรรค์ได้ ผ่านเกณฑ์ 212 คน คิดเป็นร้อยละ 95.49 จากนักเรียนทั้งหมด 222 คน หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบนวัตกรรม TACKS M+ model
การถอดบทเรียน
-การใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ควรกำหนดกิจกรรม/ขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้อย่างแน่ชัดและเป็นระบบ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้
-ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ควรวางแผนเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในครบ เนื่องจากในชุมชนเป็นถิ่นทุรกันดาร วัสดุบางชนิดอาจจะต้องซื้อผ่านช่องทางอื่นๆนอกเหนือจากชุมชน
ปัญหาและอุปสรรค
ด้านการดำเนินงาน — ปัญหา
ระยะเวลาในการดำเนินการจัดการเรียนรู้ ไม่เป็นไปตามการกำหนดการทำกิจกรรมแต่ละชั่วโมงเรียน เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมต่างๆของหน่วยงาน
ด้านการดำเนินงาน — อุปสรรค
วัสดุบางชนิดที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ อาจจะต้องซื้อผ่านช่องทางอื่นๆนอกเหนือจากชุมชน เพราะในชุมชนไม่มีวัสดุตามที่ต้องการ
ด้านงบประมาณ — ปัญหา
-
ด้านงบประมาณ — อุปสรรค
-
ปัจจัยความสำเร็จและประโยชน์สาธารณะ
ปัจจัยความสำเร็จ
-ชุมชนมีทรัพยากรและแหล่งเรียนรู้ที่หลากลาย
-มีหน่วยงานๆต่างๆที่ให้การสนับสนุน
-สถานศึกษาสนับสนุนการจัดทำนวัตกรรมการจัดการศึกษา
-ผู้เรียนมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์
-ศึกษาธิการจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์สาธารณะที่ได้รับ
1. ผลที่เกิดขึ้นกับสถานศึกษา
- สถานศึกษามีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ทางการศึกษา
- สถานศึกษามีผลงานผลิตภัณฑ์อาชีพสร้างสรรค์ ตามบริบทของพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
-สถานศึกษา มีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์
-สถานศึกษา มีเครือข่าย จากศูนย์ไทใหญ่ศึกษา วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน
-สถานศึกษา มีเครือข่าย จากกรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลขุนยวม
2. ผลที่เกิดขึ้นกับครู
-ผู้สอนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
-ผู้สอนสามารถแก้ปัญหาจากการเรียนการสอน โดยใช้นวัตกรรมผลงานผลิตภัณฑ์ ตามบริบทของพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
3.ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
- ผู้เรียนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์อาชีพสร้างสรรค์ได้ ผ่านเกณฑ์ 212 คน คิดเป็นร้อยละ 95.49 จากนักเรียนทั้งหมด 222 คน
- ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่องานอาชีพ ผ่านเกณฑ์ 222 คน คิดเป็นร้อยละ 100 จากนักเรียนทั้งหมด 222 คน
- ผู้เรียนได้รับการประเมินสุขภาพจิต จำนวน 222 คน ประเมินเริ่มต้น คิดเป็นกลุ่มมีปัญหา จำนวน 20 ร้อยละ 9.00 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 42 ร้อยละ 18.91 กลุ่มปกติ จำนวน 160 ร้อยละ 72.07
หลังจากประเมินรอบสุดท้าย คิดเป็นกลุ่มมีปัญหา จำนวน 8 ร้อยละ 3.60 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 32 ร้อยละ 14.41 กลุ่มปกติ จำนวน 182 ร้อยละ 81.98
ไฟล์และเอกสารแนบ
การอ้างอิงผลงานนี้
คัดลอกได้เลยผลงานที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบ
หรือ
สมัครสมาชิก
เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นนี้ได้!